สาระน่ารู้
โรคไข้เลือดออก ัยร้าย ป้องกันก่อนสายเกินแก้

โรคไข้เลือดออกนับว่าเป็นโรคติดต่อร้ายแรงอีกโรคหนึ่ง ที่คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วมากมาย  เพราะในเมื่อปี 2558ที่ผ่านมา ซึ่งในประเทศไทยนำโดยกระทรวงสาธารณะสุข ได้มีการนับสถิติของผู้ป่วยจากโรคไข้เลือดออก มีผู้ป่วยกว่า 100,000คน และมีผู้เสียชีวิตถึง 106 ราย ถือว่าเป็นโรคที่จับตามองมากที่สุดอีกโรคหนึ่ง เพราะมีการระบาดเพิ่มขึ้นทุกปี และมีแนวโน้มของผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตมากขึ้น

กลุ่มที่มีความเสี่ยงมากที่สุด ที่จะเป็นไข่เลือดออกคือ กลุ่มเด็กนักเรียน ผู้สูงอายุ และผู้ใหญ่ที่มีโรคประจำตัวอย่าง โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง เพราะการรักษาจะทำได้ยาก และอาจเกิดโรคแทรกซ้อนอื่นๆ ตามมาได้ แต่บุคคลที่ไม่ใช่กลุ่มเสี่ยงก็อย่าชะล่าใจไป เพราะโรคไข้เลือดออกไม่เลือกเพศ อายุ ดังนั้นทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเป็นโรคไข้เลือดออกได้ทั้งนั้น

ผู้ป่วยจะมีไข้สูงอย่างเฉียบพลัน ส่วนมากจะมีไข้สูงเกิน 38.5องศาเซลเซียส อาจมีอาการหน้าแดงร่วมด้วย ส่วนมากผู้ป่วยมักจะไม่มีอาการไอหรือน้ำมูกไหล แต่อาจจะมีอาการเลือดออกผิดปกติ เช่นเลือดออกตามไรฟัน เลือดออกในกระเพาะอาหาร เลือดกำเดาไหล ถ่ายหรืออาเจียนเป็นเลือด ซึ่งอาจทำให้เกิดการช็อกตามมาได้

เมื่อสังเกตอาการโดยรวม จะเห็นได้ว่า โรคไข้เลือดออกมีอาการที่คล้ายกับไข้หวัดค่อนข้างมาก จึงทำให้ผู้ป่วยชะล่าใจ คิดว่าตนเองเป็นหวัดธรรมดา จึงไม่ไปพบแพทย์ ละเลยจนทำให้ทำให้เกิดความเสี่ยงที่อาการของไข้เลือดออกหนักขึ้น และอาจทำให้เสียชีวิตได้

ถ้าผู้ป่วยตัวร้อนมาก ควรใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดตัว เพื่อระบายความร้อนออกจากตัวผู้ป่วย ถ้าหากผู้ป่วยออ่อนเพลียมาก ควรให้ทานน้ำเกลือแร่ น้ำผลไม้ และอาหารอ่อนๆ อีกทั้งควรติดตามอาการของผู้ป่วยเป็นระยะๆ เพราะช่วงที่อันตรายมากที่สุด จะเป็นช่วงที่ไข้กำลังลดลง ถ้าผู้ป่วยผ่านพ้นช่วงนี้มาได้ ร่างก็จะเริ่มฟื้นตัว และมีอาการดีขึ้นตามลำดับ

วิธีการป้องกันโรคไข้เลือดออกที่ได้ผลที่สุดคือ การหลีกเลี่ยงไม่ให้โดนยุงลายกัด เพราะยุงลายเป็นพาหะนำโรคไข้เลือดออก การใช้ผลิตัณฑ์กำจัดยุงสามารถช่วยลดความเสี่ยงจากโรคไข้เลือดออกได้เป็นอย่างดี แต่ผลิตัณฑ์กำจัดยุงที่ดีควรมีสารสกัดจากธรรมชาติอย่างดอกไพรีทรัม เพราะดอกไพรีทรัมออกฤทธิ์กับแมลงบินและแมลงคลานโดยตรง แต่เป็นมิตรกับมนุษย์และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และยังปลอดัยไม่มีสารตกค้างอีกด้วย

สาระน่ารู้อื่นๆ
  • ติดตามเราได้ที่